ชงกฎแข้งอาชีพเอาผิดจอมศอก เจตนาร้ายแรง

จากเหตุการณ์สุดฉาวในฟุตบอลไทยลีก3  รอบแชมเปี้ยนส์  ลีก 2021-2022  กลุ่มโซนล่าง  เกมแรกที่ ม.นอร์ทกรุงเทพ  เปิดบ้านชนะ  บางกอก เอฟซี  3-0  เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 65  โดยในเกมดังกล่าวมีจังหวะที่ถูกพูดถึงกับการเล่นนอกเกมของ  อิศเรศ น้อยใจบุญ  เบอร์ 6 บางกอก เอฟซี  เจตนาสับศอกใส่หน้า  ศุภสัณฑ์  เรืองศุภนิมิต  เบอร์ 33 ม.นอร์ทกรุงเทพ

 

 

ในช่วงทดเวลาเจ็บ น.90+3 ก่อนที่ผู้ตัดสิน วิเชฐ  เทียนทอง  เชิ้ตดำดีกรีไทยลีกจะควักใบแดงไล่  อิศเรศ  น้อยใจบุญ  ออกจากสนามทันที  พร้อมกับให้ใบเหลือง  ศุภสัณฑ์  เรืองศุภนิมิต  ที่เหมือนไปตอดก่อนด้วย  แต่ภาพที่ออกมา  ทำให้วงการฟุตบอลลีกไทยดูแย่ไปทันทีกับการกระทำที่ขาดสติของ  อิศเรศ  น้อยใจบุญ  ขณะที่ คณะกรรมการพิจารณาวินัยเตรียมชงกฎนักเตะอาชีพเอาผิดอิศเรศ โดยจะพิจารณาในวันที่ 17 มี.ค. 65 นี้

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ 15 มี.ค. 65  ทางด้าน อิศเรศ พึ่งเสือ  ผู้จัดการทีมบางกอก เอฟซี และ ศักดา คุ้มกัน  กัปตันทีม บางกอก เอฟซี  ได้เป็นตัวแทนสโมสรเดินทางมาเยี่ยมอาการของ  ศุภสัณฑ์ เรืองศุภนิมิต  พร้อมมอบกระเช้าแสดงความขอโทษ โดยที่ อิศเรศ พึ่งเสือ  ผู้จัดการทีม บางกอก เอฟซี  พร้อมนำเรื่องค่าใช้จ่ายที่น้องต้องเข้ารับการักษาตัวที่โรงพยาบาลบางปะกอก-รังสิต2  นำไปหารือกับสโมสรเพื่อที่จะแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ยังมีทางด้าน  พาทิศ ศุภะพงษ์  เลขาธิการ ส.บอลฯ ได้เดินทางไปเยี่ยมอาการของ ศุภสัณฑ์  เรืองศุภนิมิต  ด้วย  โดยทางทีม ม.นอร์ทกรุงเทพ  ระบุว่า  ทางพ่อ-แม่ของน้องยืนยันว่า  จะขอดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด  โดยที่ไม่มีการยอมความใดๆ ทั้งสิ้น  เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่สุดฉาวโฉ่แบบที่ไม่ขอให้อภัยใดๆ  

ขณะเดียวกันเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ก็มีมติเอกฉันท์จากการประชุมเมื่อวันที่ 15 มี.ค. 65  จะเสนอนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ  ใช้บทลงโทษ ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยจรรยาสำหรับนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ  ในความดูแลของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย  ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ.2560  แทนบทลงโทษตามระเบียบการแข่งขันโดยการใช้บทลงโทษดังกล่าวต้องตั้ง คณะกรรมการสอบสวน และเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดสอบอีกครั้ง วันที่ 17 มี.ค. นี้

ทั้งนี้ภายหลังการประชุม พล.ต.ท.อำนวย  นิ่มมะโน  ประธานคณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาทเปิดเผยว่า  ภายหลังดูคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว  ถืกได้ว่าผู้กระทำมีเจตนาทำรายร่างกายผู้อื่นโดยตรง ซึ่งไม่เกี่ยวกับการแข่งขัน และกระทำด้วยวิธีการที่รุนแรงด้วยการทำฟันศอกเข้าไปที่ใบหน้าหรือศรีษะซึ่งถือเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย  ซึ่งหากได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงอาจเป็นอันตรายสาหัสได้โดยทันทีที่ นายกสมาคมฯ ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการจะดำเนินการตามขั้นตอนสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้อง  เพื่อให้ทราบรายละเอียดของพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอดจนข้อเท็จจริงต่างๆอันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับว่าด้วยจรรยา หรือไม่ ในวันพฤหัสบดี ที่ 17 มี.ค. 65 เวลา 09.30 น.  ที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย  หัวหมาก

สำหรับ  ระเบียบข้อบังคับว่าด้วยจรรยา นักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ  ในความดูแลของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. 2560  หมวดที่ 3  บทกำหนดโทษ ข้อ 10 โทษสำหรับ นักกีฬาฟุตบอลและบุคลากรกีฬาอาชีพ  ผู้ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับด้วยจรรยา ของสมาคมฯ มีดังต่อไปนี้

  1. ตักเตือน
  2. ภาคทัณฑ์
  3. การขับไล่ออกจากสนามแข่งขัน
  4. ห้ามเข้าห้องแต่งตัว และ/หรือซุ้มม้านั่งสำรอง
  5. ห้ามไม่ให้เข้ามาในสนาม
  6. พักการปฏิบัติหน้าที่  1  เดือน
  7. พักการปฏิบัติหน้าที่  3  เดือน
  8. พักการปฏิบัติหน้าที่  6  เดือน
  9. พักการปฏิบัติหน้าที่  1  ปี
  10. พักการปฏิบัติหน้าที่  2  ปี
  11. เพิกถอนใบอนุญาตการทำหน้าที่
  12. ห้ามมีส่วนร่วมหรือเกี่ยวข้องกับกีฬาฟุตบอลที่สมาคมจัดขึ้น
  13. การลงโทษตามระเบียบข้อบังคับสมาคมว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่จัดการแข่งขัน
  14. โทษอื่นใดที่ไม่ได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ให้นำโทษที่ระบุไว้ในระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการลงโทษ  วินัย  มารยาท มาบังคับใช้ได้โดยอนุโลม 

อินเตอร์ไมอามี่ลุยดึง “เมสซี่” เสริม

จอร์จ   มาส  เจ้าของร่วมสโมสร  อินเตอร์ไมอามี่  ทีมดังแห่งเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ สหรัฐฯ ยืนยันว่า  สโมสรจะเดินหน้าพยายามเซ็นสัญญากับ ลิโอเนล เมสซี่  กองหน้าของ ปารีส แซงต์ – แชร์กแมง  ร่วมทีมให้ได้

 

ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนตินาเจอกับช่วงเวลาที่ไม่ดีนักกับผลงานในการค้าแข้งในลีก เอิง ฝรั่งเศส โดยทำได้แค่ 2 ประตูเท่านั้นจาก 16 ประตูในลีก  รวมทุกรายการก็ทำไปเพียง  7  ประตูจาก  23  เกม

เมสซี่  มีความสัมพันธ์ที่ดีกับ  เดวิด  แบ็คแฮม  อีกหนึ่งเจ้าของสโมสร  อินเตอร์  ไมอามี่  ซึ่งแม้ปัจจุบันยังไม่รู้ว่าแข้งมีแผนอนาคตยังไง  แต่ทาง  มาส  เผยว่า  จะพยายามดึงมาอยู่กับทีม 

“เลโอ  เมสซี่  ยังเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก  ทักษะของเขาไม่ได้ลดลงเลย  ผมคิดอย่างนั้น  มาส  กล่าว ”

“ส่วน  เดวิด  มีความสัมพันธ์กับเขา , ถ้าเขาอำลา  เปแอสเช , ตอนที่เขาย้ายจากทีม  มันคงดีที่ลิโอเนล  เมสซี่  จะมาเป็นนักเตะของ  อินเตอร์  ไมอามี่  และเป็นส่วนหนึ่งในทีมของเรา”

“มันจะเป็นจริงหรือเปล่า ? ฟังนะ  เราจะเดินหน้า  ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดี , ผมมมองว่ามันจะเกิดขึ้นหรือเปล่า ? แน่นอนว่าเป็นไปได้”

ซาอุฯ ทุ่มฮุบเชลซี

ซาอุดี  มีเดีย  กรุ๊ป  กลุ่มทุนเงินหนาจากประเทศซาอุดิอาระเบีย  ได้ยื่นข้อเสนอขอซื้อกิจการเชลซี  สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยวงเงินสูงถึง 2,700  ล้านปอนด์ (ประมาณ  118,800 ล้านบาท)  ตามรายงานจากเดอะ มิร์เรอร์  สื่อชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันจันทร์ ที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา   

 

เวลานี้  เชลซีกำลังเจอมรสุมครั้งใหญ่และจำเป็นต้องเร่งขายสโมสร  หลังจากที่  โรมันอบราโมวิช  เจ้าของสโมสรเลือดหมีขาว  ถูกรัฐบาลอังกฤษคว่ำบาตร  ฐานมีส่วนเกี่ยวข้องกับ  วลาดิมีร์  ปูติน  ประธานาธิบดีรัสเซีย  ที่สั่งการให้กองทัพรุกรานประเทศยูเครน  ซึ้งนั้นทำให้สโมสรถูกตัดสิทธิ์ในหลายๆด้าน  ขณะที่สปอนเซอร์รายหลายก็ทยอยกันถอนตัว

เชื่อกันว่ามีหลายแคนดิเดตที่พร้อมเข้ามาเทคโอเวอร์กิจการเชลซี  ซึ่งก็รวมถึง  นิค  แคนดี้  เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ชาวอังกฤษที่เป็นสาวก “สิงห์บลู” ตัวยง ทว่าล่าสุด  เดอะ มิร์เรอร์  ระบุว่า  กลุ่มทุนจากซาอุ อย่างซาอุดี มีเดีย กรุ๊ป  ได้ยื่นข้อเสนอเงินจำนวน 2,700  ล้านปอนด์ มาทาบซื้อเรียบร้อยถึงแม้ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า  “เสี่ยหมี”  พร้อมขายสโมสรที่ราคา  3,000 ล้านปอนด์ (132,000 ล้านบาท)  ก็ตาม

ขณะที่ เดอะ ซัน  สื่อดังอีกรายของเมืองผู้ดี รายงานว่า  โมฮาเหม็ด  อัลเคเรจี  เจ้าของ ซาอุดี มีเดีย กรุ๊ป  และลูกๆ เป็นแฟนบอลพันธุ์แท้ของเชลซี  และฤดูกาลนี้เจ้าตัวเคยมาชมเกมพรีเมียร์ลีกที่สแตมฟอร์ด บริดจ์  มาแล้ว  ซึ่งเป็นเกมบิ๊กแมตท์ที่  “สิงห์บลู”  เสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1  เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน ปีก่อน  จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เจ้าตัวมีความสนใจที่จะเข้ามาดูแลกิจการสโมสรในดวงใจ

ลิเวอร์พูล ผงาดคว้าแชมป์ ลีก คัพ สมัยที่ 9

นัดชิงชนะเลิศ  คาราบาว คัพ  ประจำซีซั่นนี้ที่เวมบลีย์  เป็นการเจอกันของ  2  ยักษ์ใหญ่พรีเมียร์ลีกเชลซีของโธมัส  ทูเคิ่ล  ที่ฝ่าด่านสเปอร์สในรอบตัดเชือกทำเซอร์ไพรส์ให้  เทรโวห์  ชาโลบาห์  กองหลังดาวรุ่ง

 

ลงตัวจริง  พร้อมได้  รีช  เจมส์  หายเจ็บกลับมาเป็นสำรอง  ส่วน  มาเตโอ  โควาซิช  ก็ผ่านความฟิตลงคุมแดนกลางได้  ขณะที่หอกเป้ายังเป็น ไค  ฮาแวร์ทช์  เนื่องจาก   โรเมลู  ลูกากู  ฟอร์มตกอย่างหนัก

ส่วนหงส์แดง  เจอร์เก้น  คล็อปป์   ให้คลีวีน  เคลเลเฮอร์  ประตูหนุ่มลงเฝ้าเสา  เพราะลงเล่นในรายการนี้มาตลอด  แนวรุกก็จัดเต็ม  นำโดย  3  ประสานมหากาฬ  โมฮาเหม็ด  ซาลาห์ , ซาดิโอ  มาเน่ และ หลุยสฺ  ดิอาช  โดยได้  ดีโอโก้  โซต้า  ฟิตพอกลับมาเป็นสำรอง  แต่แดนกลางต้องมีการปรับกะทันหัน  เมื่อ  ติอาโก้  อัลกันตาร่า  ได้รับบาดเจ็บตอนวอร์ม ต้องส่ง  นาบี  เกอิต้า  ลงสนามแทน  แค่  5  นาที เชลซีเกือบนำเร็ว ไค  ฮาแวร์ทซ์  ไหลออกริมเส้นขวาไปให้ เซซาร์  อัซปิลิกวยต้า  เปิดต่อมาให้ คริสเตียน  พูลิซิช  สอดมาแปด้วยซ้ายเน้นๆ แต่ติดเซฟ  ควีวีน  เคลเลเฮอร์  ที่ยืนปิดมุมได้ดี   ลิเวอร์พูลพยายามตั้งเกมสู้และมีลุ้นเล็กๆเหมือนกันนาที่  12  ซาดิโอ มาเน่  เลื้อยเข้ากรอบบอลทะลักไปถึง  หลุยส์ ดิอาช  ที่ยิงทันที แต่ติดบล็อกแนวรับสิงห์บลู

ถัดมาเกมต้องหยุดชั่วครู่ เมื่อ  ติอาโก้  ซิลวา  มีอาการบาดเจ็บบริเวณแขน แต่ก็เล่นต่อได้ หลังได้รับการปฐมพยาบาล  จากนั้นนาที 15 สิงห์บลูได้ลุ้นต่อ  ฮาแวร์ทซ์  ลุ้นขึ้นทางซ้าย  ก่อนไหลเข้ากลางให้  เมสัน เมาน์ท  ตวัดยิงทันทีแต่บล็อกบอลเด้งออกมาเข้าทาง  มาเตโอ โควาซิช  ที่ยิงยัดไปใหม่ แต่ก็ติดบล็อกอีก  ถัดมา 3 นาที หงส์ก็กดดันได้เช่นกัน  เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์  วางยาวเข้ากรอบให้มาเน่พุ่งโหม่ง  แต่โดนผิดเหลี่ยม  บอลหลุดออกไปไกล ต่อด้วยนาที  21  จากฟรีคิกที่มาเน่โดนเมาน์ททำฟาวล์  ก่อนที่เทรนท์จะเล่นสั้นเขี่ยให้  โมฮาเหม็ด  ซาลาห์ยิง แต่ส่งบอลหลุดออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้น  นาที  27  หงส์แดงฟ้องจะเอาจุดโทษจากเตะมุมแล้วบอลไปโดนมืออัชปิลิกวยต้าแบบไม่ตั้งใจผู้ตัดสินก็ไม่ได้ว่าอะไร

เกมผ่านครบครึ่งชั่วโมง  ลิเวอร์พูลพลาดโอกาสทองเหลือเชื่อ  เริ่มจากมาเน่ที่ไหลให้เกอิต้ายิงไกลนอกกรอบ  บอลพุ่งเรียด แต่เมนดี้ยังพุ่งปัดไว้ได้  บอลยังไม่พ้นอันตราย  มาเน่ปรี่มาซ้ำดาบสองทันที แต่ประตูเพื่อนร่วมชาติเซเนกัลก็ยังบล็อกไว้ได้อีกอย่างสุดยอด  นาที  35  เชลซีได้เสียวเล็กๆ เมาน์ทไหลออกซ้ายให้ฮาแวร์ทซ์หลุดเดี่ยวเข้าไปชิพข้ามตัวเคลเลเฮอร์ส่งบอลหลุดออกหลังไป  แต่ถึงเข้าก็ไม่ได้ เพราะถูกจับล้ำหน้าไปก่อนแล้ว  นาที  39  เคลเลเฮอร์ต้องออกแรงอีกครั้ง เมื่อพูลิซิช หลุดมาทางกราบขวาแล้วอัดเน้นๆ แต่ประตูหนุ่มหงส์แดงก็ยังป้องกันไว้เยี่ยม  ถัดมานาทีเดียว  สิงห์บลูก็เกือบได้เหมือนกันฮาแวร์ทซ์เอาบอลลงในกรอบแล้วไหลคืนให้ อัชปิลิกวยต้าอัดด้วยขวาต็มข้อ  ข้ามคานออกหลังไป  ท้ายครึ่งแรกนาที  44 เชลซีพลาดโอกาสทองไปอีก  พูลิซิชพาบอลตะลุยขึ้นมา  ก่อนจ่ายต่อให้ฮาแวร์ทซ์ทีแตะต่อออกขวาให้  เมาน์ท  ตวัดยิงเร็วทันทีแต่ก็ส่งบอลหลุดกรอบไปอีก  หมดครึ่งแรกยังเสมอกัน 0 – 0

ครึ่งหลังเริ่มได้ไม่นาน  เชลซีกดดันต่อทันทีฮาแวร์ทซ์หลุดขึ้นมาทางซ้าย ก่อนเปิดเรียดไปหน้าประตูแต่ไม่มีใครเข้าชาร์จทัน ต่อด้วยนาที 48 ทีมจากลอนดอนพลาดโอกาสทองไปอีก  ฮาแวร์ทซ์  ตักบอลเข้าในกรอบให้เมาน์ทหลุดกับดักล้ำหน้าสอดเข้ามาแปเรียด  บอลผ่านมือ  เคลเลเฮอร์ไปแล้ว  แต่ดันพุ่งไปชนโคนเสาอย่างน่าเสียดาย  นาที 52 เกมต้องหยุดชั่วคราว  เมื่อเมนดี้ที่พุ่งออกมาตัดบอลได้ก่อนที่มาเน่จะเข้าถึง  และได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยในจังหวะปะทะ  แต่ก็ลุกขึ้นมาเล่นต่อได้  ถัดมา  6  นาที สิงห์ขยับเปลี่ยนตัวก่อน  เมื่ออัชปิลิกวยต้ามีอาการบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหวต้องส่ง  รีซ  เจมส์  ลงมาแทน

เกมรุกของเชลซีมาเป็นชุด นาที 59 เมาน์ท  สอดมารับบอลยาวจาก  มาร์กอส  อลอนโซ่  ก่อนทำชิ่งกับฮาร์ทซ์ แล้วได้วางเท้าแปเน้นๆ เคลเลเฮอร์รับกระฉอกจังหวะแรก แต่ก็ยังตามตระครุบไว้ได้  หงส์แดงตอบโต้คืนบ้างและได้เสียวสุดๆ นาที 65 จากความผิดพลาดของเมนดี้ที่เตะเปิดออกมาไม่ดีบอลเข้ามางมาเน่ที่คิดเร็วทำเร็ว  ไหลขึ้นหน้าห็ซาลาห์หลุดเดี่ยวเข้าไปชิพข้ามตัวเมนดี้  แต่ก็มี  ติอาโก้  ซิลวา  ตามมาเคลียร์ทิ้งที่หน้าปากประตู  แม้วิถีบอลจะไม่เข้ากรอบก็ตาม  กระทั่งนาที 67 ลิเวอร์พูลก็ส่งบอลเข้าก้นตาข่ายจนได้ จากฟรีคิกหน้ากรอบที่เทรนท์ตักไปเสาไกลให้มาเน่โหม่งกดลงพื้นชงมาให้ติปสอดมาโขกที่เสาสองเข้าประตูไป  แต่สุดท้ายก็ไม่ได้  หลังมีการเช็กวีเออาร์โดยผู้ตัดสินระบุว่า ฟาน ไดค์  อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าไปก่อนและทำฟาวล์  ด้วยการขวางทางวิ่งของ รีซ เจมส์  นาที 73 เชลซีปรับหมากเน้นเกมรุกเต็มสูบ ส่ง โรเมลู  ลูกากู และ ติโม  แวร์เนอร์  ลงมาแทนเมาน์ท และ พูลิซิช

ถัดมา  5  นาที  เชลซีก็ต้องเฮเก้อเช่นกันแวร์เนอร์  ตักบอลจากทางซ้ายมาให้ฮาแวร์ทซ์โหม่งผ่านมือ เคลเลเฮอร์  เข้าไปแต่ก็ไม่ได้เช่นกัน เพราะทั้งแวร์เนอร์ และ ลูกากู  ถูกจับล้ำหน้าไปก่อนแล้ว  หงส์แดงขยับบ้างเปลี่ยน  3  คนรวด ส่งฮาร์วี่ย์  เอลเลียตต์ , เจมส์  มิลเนอร์ และ ดีโอโก้  โชต้า  ลงมาแทน  จอร์แดน  เฮนเดอร์สัน , เกอิต้า และ มาเน่  ลิเวอร์พูลได้เสียวอีกนาที 86 จากเตะมุมบอลหลุดมาถึงดิอาซที่ได้ซัดเรียด เมนดี้ล่มตัวเซฟไว้ได้มาติปพยายามตามซ้ำ แต่เข้าไม่ถึงบอล ก่อนที่แนวรับเชลซีจะช่วยกันเคลียร์ออกมาไ ด้  เข้าสู่ช่วงทดเจ็บ 6 นาที หงส์แดงเกือบได้อีก ฟาน ไดค์ สอดมาโขกลูกเตะมุมเต็มๆ  แต่เมนดี้ก็ยังทุบทิ้งออกมาได้

เชลซีก็เกือบได้เหมือนกันในช่วงทดนาทีที่ 4  อลอนโซ่  ตวัดจากเส้นหลังไปให้ลูกากูตวัดยิงทันทีที่เสาแรกแต่เคลเฮเลอร์ก็ใช้ขาเซฟไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม  จบเกมเสมอ 0 – 0  แบบสุดมันส์ต้องเหนื่อยกันต่ออีก 30 นาที ช่วงต่อเวลาหงส์เปลี่ยนตัวส่ง  อบราฮิมา โกนาเต้  ลงมาแทน มาติป  ต่อด้วย  ดิว็อค  โอริกี  ที่ลงมาแทน หลุยส์  ดิ  อ๊าซ  นาที  98  เชลซีส่งบอลเข้าก้นตาข่ายอีกครั้ง  ชาโลบาห์   แทงทะลุช่องให้ลูกากูหลุดเข้าไปล็อกหลบ โกนาเต้  ก่อนซัดเรียดด้วยซ้ายเข้าไป แต่ก็ไม่ได้อยู่ดีเพราะถูกจับล้ำหน้าไปก่อนแล้ว  สิงห์ได้ลุ้นอีกนิดนาที  105  อลอนโซ่หลุดไปเส้นหลังด้านซ้าย  ก่อนครอสไปหน้าประตู  แค่แวร์เนอร์ขึ้นโหม่งไม่ถึงอย่างน่าเสียดาย หมดครึ่งแรกของต่อเวลายังเสมอ 0 – 0

ครึ่งหลังของช่วงต่อเวลานาที  109  เชลซียิงเข้าอีกครั้ง ลูกากูเปิดจากซ้ายเข้ามาในกรอบให้ฮาแวร์ทซ์จับแล้วกดจมตาข่าย  แต่ก็ต้องเฮเก้อเหมือนเดิม เพราะอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าไปก่อน และก่อนหมดเวลานาทีเดียว สิงห์บลูเตรียมตัวดวลเป้าอย่างเต็มที่ด้วยการส่ง เกป้า  อาร์ริซาบาลาก้า ประตูจอมเซฟจุดโทษลงมาแทนเมนดี้ จบ 120 นาที เสมอ 0 – 0  ต้องตัดสินหาแชมป์กันด้วยการดวลจุดโทษ

ผลปรากฏว่าเป็นหงส์แดงที่ยิงแม่นกว่าเอาชนะไปอย่างดุเดือด 11 – 10  โดยฝั่งสิงห์บลู คนที่ยิงพลาดคือเกป้า  นายประตูที่ลงมาเป็นสำรอง  โดยยิงข้ามคาน ส่งผลให้ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีก คัพ ไปครองเป็นครั้งที่  9  ในที่สุด

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

เชลซี  :  เอดูอาร์  เมนดี้  (เกปา อาร์รีซา บาลาก้า น.120) , เทรโวห์  ชาโลบาห์  , ติอาโก้  ซิลวา , อันโตนิโอ รือดิเกอร์ , เซซาร์ อัชปิลิกวยต้า (รีซ เจมส์ น.57) , เอ็นโกโล่ ก็องเต้ , มาเตโอ โควาซิช(เจอร์จินโญ่ น.105) , มาร์กอส อลอนโซ่ , เมสัน เมาน์ท(โรเมลู ลูกากู น.74) , คริสเตียน พูลิซิช(ติโม แวร์เนอร์ น.74) ไค ฮาแวร์ทซ์ 

ลิเวอร์พูล : ควีวีน เคลเลเฮอร์ , เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ , โฌแอล มาติป(อิบรา  ฮิมา โกนาเต้ น.90) , เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ , แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน , จอร์แดน เฮนเดอร์สัน(ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ น.79) , ฟาบินโญ่ , นาบี เกอิต้า(เจมส์ มิลเนอร์ น.80) , โมฮาเหม็ด ซาลาห์ , ซาดิโอ มาเน่(ดีโอโก้ โชต้า น.80) , หลุยส์ ดิอาซ(ดิว็อค โอริกี้ น.97)

ผู้ตัดสิน : สจ๊วร์ต แอ็ตต์เวลล์

สนาม : เวมบลีย์ สเตเดี้ยม , ลอนดอน

แมน ออฟ เดอะ แมทซ์ : เอดูอาร์ เมนดี้ (เชลซี)    

ลีดส์โดนสอบแฟนบอลขวางสิ่งของ

“ยูงทอง”  ลีดส์ ยูไนเต็ด  เตรียมโดนสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ)  สอบสวนกรณีแฟนบอลขว้างปาสิ่งของใส่นักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  ระหว่างเกม พรีเมียร์ลีก  อังกฤษ  นัดแพ้คาถิ่นเอลแลนด์ โร้ค เมื่อวันอาทิตย์ที่  20  กุมภาพันธ์  ที่ผ่านมา

ตามรายงานของ “เดลี่  เมล”  สื่อชั้นนำเมืองผู้ดี ระบุนัดดังกล่าวแฟนเจ้าถิ่นขว้างของลงมาตอนนักเตะทีมเยือนฉลองประตูแรกกับลูกที่สามชอตหลังนั้นมีคนขว้างเหรียญถูกศรีษะ  แอนโธนี่  เอลังก้า  กองหน้าดาวรุ่งปีศาจแดงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย  แต่สามารถเล่นต่อได้ ก่อนทำประตูปิดกล่องช่วงท้ายเกม

พอล  โรบินสัน  อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษและลีดส์  ระบุระหว่างร่วมรายการทาง  “สกาย สปอร์ต”  สื่อกีฬาชื่อดังว่านี่เป็นการกระทำที่เลวร้ายสุ่มเสี่ยงทำให้ทีมโดนปรับเงิน  “มันเป็นเหตุการณ์ที่น่ารังเกียจหลังจากเกิดการทำประตูไปแล้ว  ผมคิดว่า  แอนโธนี่  เอลังก้า  คือคนที่โดนเหรียญปาใส่จนได้รับบาดเจ็บบริเวณศรีษะของเขา  เราต้องมาเห็นเรื่องน่ารังเกียจกันอีกครั้ง”