เกร็ดความรู้ 4 ข้อ เกี่ยวกับกฎกติกาการเล่นฟุตบอล

 

“กีฬาฟุตบอลเป็นหนึ่งในกีฬาที่มีผู้คนชื่นชอบในการตามชมและตามเชียร์กันทั่วโลกเลยก็ว่าได้ และจะมีเรื่องแปลกเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอลของแต่ละประเทศทั่วมุมโลก คือ แต่ละประเทศจะมีกีฬาพื้นบ้านที่คล้ายฟุตบอล แต่จะถูกเรียกแตกต่างกันไปตามภาษาของตน หมายความว่ากีฬาประเภทนี้มีรูปแบบคล้าฟุตบอลในปัจจุบัน และมันยังเป็นกีฬาที่มีความเป็นมาที่ยาวนานที่ทุกคนชื่นชอบอีกด้วย ดังนั้นมันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะครองใจผู้คนได้ทั่วโลกอย่างแท้จริง”

มาคุยกันถึงเกร็ดความรู้ 4 ข้อ เกี่ยวกับกฎกติกาการเล่นฟุตบอลกัน

  1. ใบเหลืองใบแดง เกร็ดความรู้แรกที่จะพูดถึงก็คือ ใบเหลือง-ใบแดง ฟุตบอลนัดไหนที่มีการแจกใบเหลืองหรือใบแดงกันมาก ๆ แล้ว ก็ย่อมหมายถึงเป็นการแข่งขันที่ต้องต่อสู้กันแบบดุเดือดเลือดพล่านแน่ ๆ การที่กรรมการให้ใบเหลืองหรือใบแดงนั้นหมายถึงว่าผู้เล่นทำผิดกฎกติกาในการเล่น
  2.  การยิงลูกโทษ การยิงลูกโทษในกีฬาฟุตบอลนั้นเริ่มมีตั้งแต่ปี 1891 ผู้ที่คิดเรื่องการยิงลูกโทษเป็นครั้งแรกคือ วิลเลียม แม็คครูม ผู้รักษาประตูชาวไอซ์แลนด์ ในระหว่างการแข่งขันการยิงลูกโทษจะเกิดได้ 2 ลักษณะ คือ การทำฟาวล์ภายในเขตประตู โดยผู้ยิงจะยิงได้ 1 ครั้ง จากนั้นก็เล่นต่อตามปกติ อีกแบบเป็นการยิงลูกโทษหลังจบการแข่งขันในแมทช์ที่มีคะแนนเท่ากัน จึงต้องใช้การยิงลูกโทษตัดสินแพ้ชนะ โดยให้ยิงได้ฝ่ายละ 5 คน สลับกันยิง เมื่อยิงครบแล้ว ใครยิงได้มากกว่าก็เป็นฝ่ายชนะ แต่หากยิงแล้วยังเสมอกัน ก็ให้ใช้วิธียิงต่อฝ่ายละลูกเพื่อหาผู้ชนะ
  3. Bronzen Goal (Extra Time) เป็นการต่อเวลาจากเวลาในการเล่นปกติ 90 นาที ครึ่งแรก 45 นาที และครึ่งหลัง 45 นาที หากยังไม่มีผลแพ้ชนะ จะมีการต่อเวลาอีก 30 นาที โดยแบ่งเป็นครึ่งละ 15 นาทีเพื่อหาผู้ชนะต่อไป และถ้าต่อเวลา 30 นาทีนี้แล้ว ยังเสมอกันอยู่ ก็จะต้องใช้การตัดสินด้วยการยิงลูกโทษ ในกรณีที่เกมนั้นจำเป็นต้องมีผลแพ้ชนะ
  4.  การตั้งกำแพง การตั้งกำแพงนั้นควบคู่มากับการเตะลูกฟรีคิกในระหว่างการแข่งขันเมื่อมีฝ่ายหนึ่งทำฟาวล์และผู้ตัดสินเป่าให้เป็นฟรีคิก ฝ่ายที่เสียลูกฟรีคิกก็ต้องมายืนตั้งกำแพงเรียงกัน เราคงเคยสังเกตเห็นกันว่าส่วนใหญ่ผู้ตัดสินจะต้องมาคอยจัดระยะให้กำแพงนี้ด้วย แสดงว่าก็ต้องมีข้อกำหนดกฎกติกาเรื่องระยะห่างของกำแพงอยู่เหมือนกัน

 

กีฬาฟุตบอลถึงแม้จะสนุกสนานแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ย่อมต้องมีกฎกติกาและข้อกำหนดต่าง ๆ เพื่อควบคุมเกม กฎเหล่านี้เราต้องทำความเข้าใจกันให้มากเพื่อให้เข้าถึงเกมให้มากที่สุด กฎบางอย่างก็มีที่มาที่น่าสนใจและก็มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เกิดความทันสมัยและเหมาะสมกันมาเรื่อย ๆ

นักฟุตบอลในต่างประเทศทำไมถึงเล่นฟุตบอลเก่ง

เชื่อว่าหลายๆคนก็มักจะสงสัยกันนะครับว่า ทำไมฟุตบอลก็ลูกกลมๆเหมือนกันแต่เหตุ นักเตะหลายๆคนถึงเล่นฟุตบอลเก่งมากและมีชื่อเสียงในระดับโลก ทั้งๆที่เทียบกับนักเตะไทยแล้วก็เติบโตมาพร้อมๆกันซ้อมฟุตบอลเหมือนๆกัน แต่ทำไม คนเหล่านั้นถึงเก่งกว่าคนไทย ซึ่งจริงๆแล้ว นักเตะที่ไม่ประสบความสำเร็จก็มีมากเหมือนกัน แต่เราก็ไม่ขอพูดถึงครับ เพราะเรามองแต่คนที่สำเร็จเท่านั้น ซึ่งหลักๆในความคิดเห็นของผมนั้นคิดว่า

1.มีการพัฒนาอย่างเป็นระบบตั้งแต่ระดับเยาวชน

นักฟุตบอลในโซนประเทศยุโรป ต้องบอกเลยว่าพวกเขามีลีกเยาวชน นักเตะเยาวชนจะค่อยๆถูกดันขึ้นจากชุด 12,14,16,18 ปี และก้าวขึ้นไปสู่ชุดใหญ่ หากใครที่ไม่สามารถขึ้นชุดใหญ่ได้ก็ต้องย้ายไปเล่นที่อื่น และตัวนักเตะเองถูกสอนมาเพื่อเป็นนักฟุตบอล ดังนั้นสมาธิจึงอยู่กับฟุตบอลเพียงอย่างเดียวต่างจากคนไทย ซึ่งยังต้องเรียนไปด้วยเล่นบอลไปด้วย

2.มีการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วยมาก

โดยตั้งแต่ระดับเยาวชน ได้มีการนำเอาวิทยาศาสตร์การกีฬามาพัฒนาสรีระความสมบูรณ์ของร่างกาย ทั้งการทานอาหารตามหลักโภชนาการ หรือ การออกกำลังกาย การสร้างกล้ามเนื้ออย่างเป็นระบบ ซึ่งของไทยเองยังไม่มีการนำส่วนนี้มาใช้ในระดับเยาวชนสักเท่าใด

3.ความมีวินัย

สำหรับต่างประเทศเอง ซ้อมก็คือซ้อม ต้องตั้งสมาธิกับการซ้อมเท่านั้น แต่ในเมืองไทยเอง นักเตะเก่งหลายๆคนไม่ชอบซ้อมสุดท้ายก็โดนคนอื่นแซงและค่อยๆหายไปจากระบบนักเตะไป

เห็นไหมครับ เพียงแค่ยกมา 3 ข้อ ก็เห็นถึงความแตกต่างแล้ว การเป็นนักกีฬา เรื่องของการมีวินัยเป็นเรื่องสำคัญที่สุดครับ เพราะ หากไม่มีวินัยแล้ว ย่อมที่จะพัฒนาต่อยาก