รอบ 8 ทีมสุดท้ายของรัสเซีย การเดินทางไกลที่ไม่มีใครคาดคิด

รัสเซียผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้แล้ว กลายเป็นทีมฟีฟ่า แรงกิ้งต่ำที่สุดในบรรดา 32 ทีม แต่สามารถกรุยทางเข้ารอบได้ลึกกว่าบิ๊กเนมหลายๆ ทีม โดยเฉพาะการปราบ สเปน แชมป์โลกปี 2010 ในรอบ 16 ทีมที่ผ่นมา

เจ้าภาพยิงได้ถึง 96 ประตู ตลอด 4 นัด ชนะซาอุดีอาระเบีย อียิป ทีมที่มีแรงกิ้งสูงกว่าแบบขาดลอย สามารถต้านทานการถ่ายทอดบอลที่มากที่สุดเป็นสถิติโลกต่อนัดของสเปน 1,029 ครั้ง ในเกมนี้เป็นการเข้ารอบที่ลึกที่สุดแล้วในฟุตบอลโลกตั้งแต่ที่เปลี่ยนจาก สหภาพโซเวียต มาเป็นประเทศรัสเซีย FIFA55 นับตั้งแต่ฟุตบอลโลก 1994 เป็นต้นมา โดยตลอด 7 ครั้งที่ผ่านมา ทีมหมีขาวไม่เคยผ่านรอบแรกมาได้ก่อนเลย

เจ้าภาพที่ได้แชมป์ฟุตบอลโลกบ้านตัวเองทีมล่าสุดต้องย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ฝรั่งเศส เป็นแชมป์โลกสมัยแรกในถิ่นตัวเองแบบไม่แพ้ใครและสอนบอล บราซิล 3-0 ในรอบชิงชนะเลิสอย่างยิ่งใหญ่ ก่อนหน้านั้นมีเจ้าภาพ 5 ครั้งที่เป็นแชมป์ อุรุกวัย ปี 1930 อิตาลี ปี 1934 อังกฤษ ปี 1966 เยอรมันตะวันตก ปี 1974 อาร์เจนตินา ปี 1978 เจ้าภาพที่เป้นแชมป์โลก 4 ครั้งแรกของโลกลูกหนังในยุคนั้นแบบไม่แพ้ใครมีเพียงอาร์เจนตินาเท่านั้นที่แพ้ในรอบแรก 1 นัด แต่ก็แข็งแกร่งพอจะไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้ ซึ่งก็เป็นผลงานคล้ายๆ กับรัสเซียในครั้งนี้

ยังไม่มีการพูดกันไปถึงว่ารัสเซีย จะไปถึงแชมป์โลก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีบางคนที่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้

การที่จะไปถึงแชมป์โลกของทีมที่ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย เหลืออีกเพียง 3 แมตซ์เท่านั้น ความมั่นใจของนักเตะเจ้าบ้านมีสูงหลังจากล้มสเปนมาได้ แถมยังเล่นได้ในประเทศตัวเอง ความได้เปรียบในแง่ของพลังแฝงก็มีผลเช่นกัน FIFA55 รวมทั้งเกมรับแล้วสวนกลับ และรับเพื่อไปลุ้นดวลจุดโทษตัดสินอย่างรอบ 16 ทีม จะเป็นแนวทางในรอบต่อๆ ไปอย่างแน่นอน อยู่ที่ว่านักเตะรัสเซีย จะสามารถยืนระยะไปจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษได้แข็งแกร่งเหมือนนัดท่ะเจอกับสเปนหรือไม่

อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน เพลย์เมกเกอร์วัย 22 ปี แสดงให้เห็นแล้วว่ารัสเซียไม่เคยขาดเพลย์เมกเกอร์เจ๋งๆ เพราะสามารถสานต่อหน้าที่ของ อังเดร อาร์ชาวิน ตัวรุกชื่อดังที่เคยพาทีมหมีขาวไปถึงรอบรองชนะเลิศ ยูโร 2008 มาแล้ว โกโลวินพาบอลบุกตะลุยไปส่งต่อให้ เดนิส เชรีเชฟ เฟดอร์ สโมสรลอฟ อาร์ตุม ชีบ้า ทำประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ถ้าคู่แข่งหยุดเขาไม่อยู่ โอกาสจะพ่ายแพ้ก้มีสูง เห็นได้ชัดว่าในเกมที่เจ้าภาพแพ้อุรุกวัย 0-3 ในรอบแรก การขาดโกโลวินไปเกมรุกของรัสเซียขาดมิติและความน่ากลัวไปโดยสิ้นเชิง

รัสเซียชุดนี้ไม่ได้แข็งแกร่ง ไม่มีนักเตะเวิลด์คลาส ไม่กดดันเพราะไม่ถูกยกเป็นเต็งแชมป์ แต่มีความสมดุลทั้งเกมรับและเกมรุก ได้ลงเล่นท่ามกลางเสียงเชียร์ โอกาสคว้าแชมป์โลกอาจจะยังเป็นรองโครเอเชีย ฝรั่งเศส อรุกวัย ที่เข้ารอบไปก่อนแล้ว แต่การมาไกลถึงรอบนี้ด้วยปัจจัยทั้งหมด ไม่ว่าจะตกรอบหรือเป็นแชมป์ ผลงานถือว่าทะลุเป้าเกินคาดหวังของแฟนบอลส่วนใหญ่แล้ว

ที่มา : https://www.fifa55cool.com/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *